เปิดทริก “ออมเงิน” หลักแสนใน 1 ปี ส่องวิธี “วางแผนการเงิน” รับปีใหม่ 2023

ข่าวการเงินประเทศไทย

สิ้นปีนี้ต้องมีเงินเก็บ! เปิดทริก “ออมเงิน” หลักหมื่นหลักแสนให้ได้ภายใน 1 ปี แต่ระหว่างทางอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วควรวางแผนยังไงให้เก็บเงินอยู่

หนึ่งในปณิธานปีใหม่ 2023 ของหนุ่มสาว “วัยทำงาน” หลายๆ คน คงหนีไม่พ้นเรื่องการ “วางแผนทางการเงิน” บางคนพยายามเก็บเงินมาหลายปี แต่ก็ยังทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ได้สักที ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าบางคนอาจมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดแทรกเข้ามาระหว่างทาง ทำให้เป้าหมายหลุดไปบ้าง แต่อย่าเพิ่งท้อใจ ปีนี้มาเริ่มใหม่ไปด้วยกัน

ข่าวการเงินประเทศไทย

ส่วนใครที่เพิ่งจะเริ่มตั้งเป้าหมายทางการเงินเป็นปีแรก และกำลังมองหาเคล็ดลับดีๆ ในการเก็บเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนให้ได้ภายใน 1 ปี “กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” ชวนส่อง 5 สเต็ปสร้างเงินเก็บตั้งแต่ขั้นแรก พร้อมทริกเก็บเงินสนุกๆ ที่ทำให้การเก็บเงินไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

สเต็ป 1 : เช็กฐานเงินเดือนและตั้งเป้าหมาย

อันดับแรกต้องยอมรับว่า การจะเก็บเงินให้ได้ 100,000 บาทภายใน 1 ปีโดยไม่ทรมานเกินไปนั้น คุณต้องมีเงินเดือนอย่างน้อย 41,665 บาท หากเป็นเด็กจบใหม่อาจจะยังไม่สามารถทำตามเป้าหมายนี้ได้ แนะนำให้ลดเป้าหมายลงมาที่ 30,000-50,000 บาท ตามรายได้และภาระที่มีก่อนในช่วงปีแรกๆ ของการทำงาน แล้วค่อยขยับเป้าให้สูงขึ้นในปีต่อๆ ไป

อีกอย่างคือ ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะเอาเงินออมก้อนนี้ไปใช้ทำอะไร เพื่อให้มีความมุ่งมั่นและมีแรงจูงใจในการเก็บเงินไปตลอดทั้งปีโดยที่ไม่ถอดใจไปซะก่อน และช่วยให้ทำสำเร็จได้ง่ายขึ้น เช่น เก็บเงินสำหรับใช้ตอนเกษียณ (วางแผนเกษียณเร็วขึ้น), ซื้อรถ, ซื้อคอนโด, ซื้อบ้าน, ศัลยกรรมความงาม, เก็บเงินเที่ยว เป็นต้น

สเต็ป 2 : ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ย่อมมีปัจจัยภายนอกที่มาเร้ากิเลส ที่ทำให้เราอยากได้ อยากมี อยากซื้ออยู่ร่ำไป ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ กล้องถ่ายรูปตัวใหม่ รองเท้า/กระเป๋า/เสื้อผ้าแบรนด์เนม รวมไปถึงรายจ่ายยิบย่อยพวกค่าเครื่องดื่มชานม-กาแฟแบรนด์ดัง ถ้าซื้อบ่อยๆ ก็ทำให้เกิดรายจ่ายต่อเดือนหลายพันบาท ไม่ได้บอกว่าห้ามซื้อ แต่ถ้าลดการซื้อลงได้ ก็จะช่วยให้ไม่ไปเบียดบัง “เงินออม” ที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้

สเต็ป 3 : แบ่งเก็บก่อนใช้

สำหรับใครที่รู้ตัวว่าเก็บเงินไม่อยู่ ต้องเน้นข้อนี้เป็นพิเศษ โดยในทุกๆ เดือนต้องแบ่งส่วน “เงินเก็บ” เอาไว้ก่อน เหลือเท่าไหร่ค่อยเอามาใช้ เพื่อให้เงินส่วนที่ต้องการเก็บไปอยู่ในที่ที่เราไม่เห็น (เงินที่ไม่เห็น = เงินที่ไม่ได้ใช้) ช่วยลดแรงกระตุ้นในการใช้เงินลงได้

ทั้งนี้ การเก็บก่อนใช้จะต้องมีกฎว่า “ห้ามยุ่ง” กับเงินก้อนนี้เป็นอันขาด! จนกว่าจะทำตามเป้าหมายของเราได้สำเร็จ เช่น ถ้าตั้งใจเก็บเงิน 50,000 – 100,000 บาทในปลายปีนี้ ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา จะต้องหักเงิน 20% เพื่อนำไปเก็บทันที ก่อนนำไปใช้จ่ายอย่างอื่น และจะไม่ยุ่งกับเงินเก็บก้อนนี้เลยจนกว่าจะถึงปลายปี เช่น มีเงินเดือน 20,000 บาท แบ่งออมเดือนละ 20% ของเงินเดือน (20,000 x 20) / 100 ก็จะทำให้เก็บเงินได้ 4,000 บาทต่อเดือน หรือ 48,000 ต่อปี

สเต็ป 4 : ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

หลังจากแบ่งส่วนเงินเก็บแยกไว้แล้ว เงินที่เหลือที่ต้องนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ควรจดบันทึก “รายรับรายจ่าย” เอาไว้ด้วยเพื่อให้ทราบว่าแต่ละวันเราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง? ทำให้เท่าทันการใช้จ่ายของตนเองในแต่ละเดือน ทำให้สามารถบริหารจัดการเงินได้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น

สเต็ป 5 : สนุกกับเทคนิคออมเงินต่างๆ

การแบ่งเก็บเงินออมนั้นทำได้หลายวิธี ใครที่รู้สึกว่าตนเองขาดแรงกระตุ้นในการเก็บเงิน ลองเปลี่ยนจากการเก็บเงินธรรมดาๆ มาเป็นการเล่นเกมหรือการทำ Saving Money Challenge แข่งกับเพื่อน ก็จะช่วยให้การเก็บเงินสนุกขึ้น และทำตามเป้าหมาย “เงินเก็บ” ช่วงสิ้นปีได้ง่ายขึ้น